นาลาดู ไพรเวท ไอส์แลนด์ มัลดีฟส์ กลับมาเปิดให้บริการ กับโฉมใหม่ดีไซน์ร่วมสมัย

นาลาดู ไพรเวท ไอส์แลนด์ มัลดีฟส์ รีสอร์ทหรูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งกับโฉมใหม่ในดีไซน์ร่วมสมัย ด้วยการออกแบบตกแต่งใหม่ทั้งหมด โดยนาย Yuji Yamazaki นักออกแบบชื่อดังจากนิวยอร์ก ด้วยห้องพักที่เป็นบ้านแบบมีพื้นที่เพียงจำนวน 20 หลัง ทำให้นาลาดูเป็นที่สุดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความเป็นส่วนตัว พร้อมกับการดูแลและบริการที่เป็นเลิศเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของแขกผู้เข้าพัก


หลังจากที่ทางรีสอร์ทได้ใช้เวลา 6 เดือนในการปรับโฉมพื้นที่ส่วนกลางและบ้านพักจำนวน 20 หลัง อย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงห้องสวีทที่ดีที่สุดของรีสอร์ทอย่าง พูล เรสซิเดนซ์ แบบ 2 ห้องนอน (Two Bedroom Pool Residence) ที่มาพร้อมชายหาดส่วนตัวยาวถึง 20 เมตร และการตกแต่งภายในที่มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น โดยมีเฟอร์นิเจอร์ที่ทันสมัยทำจากไม้สักจากประเทศอินโดนีเซีย และใช้วัสดุคุณภาพสูงโทนสีสว่างทั่วรีสอร์ท เช่น หินสีขาวของชาวอินโดนีเซียเพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ในสไตล์โคโลเนียลสมัยใหม่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


คุณยามาซากิยังได้เพิ่มพื้นที่สำหรับการผ่อนคลายรอบบริเวณบ้านพักเพื่อให้แขกผู้เข้าพักได้มีช่วงเวลาที่สุขสงบอย่างแท้จริง ซึ่งมีทั้งพื้นที่นั่งรับประทานอาหารเช้าแบบได้มองวิวอันกว้างขวางของมหาสมุทรอินเดีย และโซฟายาวริมสระน้ำสำหรับจิบค็อกเทลก่อนมื้อค่ำ นอกจากนี้ ยังมีการปรับโฉมพื้นที่ให้บริการส่วนกลางเช่นกัน ทั้งห้องอาหาร บาร์ ห้องเก็บไวน์ และห้องออกกำลังกาย พร้อมโคโคนัทโกรฟ (Coconut Grove) แห่งใหม่ ที่มีพื้นที่เงียบสงบสำหรับประสบการณ์ส่วนตัว อาทิ กิจกรรมชมภาพยนตร์ภายใต้แสงดาว หรือคลาสโยคะและฟิตเนสส่วนตัว

โดยบ้านพักของนาลาดูแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ แต่ละหลังมีพื้นที่กว้างขวางถึง 300 ตารางเมตร โอบล้อมด้วยสวนแนวทรอปิคัลที่อุดมสมบูรณ์และกลมกลืนอย่างลงตัวกับธรรมชาติโดยรอบ มีบีช เฮ้าส์ พร้อมสระว่ายน้ำ (Beach House with Pool) ที่มีทางเดินสู่หาดทรายขาวและลากูน ในขณะที่ โอเชียน เฮ้าส์ พร้อมสระว่ายน้ำและศาลาส่วนตัวริมหาด (Ocean House with Pool and Private Beach Cabana) ที่มีระเบียงกว้างขวางสำหรับชมทิวทัศน์ของท้องทะเลแบบพาโนรามิค และศาลาส่วนตัวที่มาพร้อมเตียงนอนเล่นขนาดใหญ่ ให้ผู้เข้าพักได้เพลิดเพลินกับการจิบเครื่องดื่มเย็นฉ่ำ ของว่าง หรืออาหารกลางวัน ที่ให้บริการโดยบัตเลอร์ประจำบ้านพักหรือที่เรียกว่า คูวานู (Kuwaanu) โดยบ้านแต่ละหลังได้รับการตั้งชื่อตามดอกไม้หรือพืชท้องถิ่นที่เติบโตบนเกาะมัลดีฟส์ เช่น ดอก Dhigga หรือดอก Sea Hibiscus ที่เป็นดอกไม้ที่มีชื่อ ด้วยสีสันสวยงามของดอกที่ไล่จากสีส้มไปสีแดงก่อนจะร่วงภายในเวลาหนึ่งวัน และดอก Finifenma หรือที่เรียกว่าดอก Pink Rose ดอกไม้ประจำชาติของมัลดีฟส์


สำหรับบ้านพักพูลเรสซิเดนซ์ 2 ห้องนอน (Two Bedroom Pool Residence) ซึ่งมีขนาด 600 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้เข้าพักได้สูงสุด 6 ท่าน ด้วยพื้นที่อันกว้างขวางที่เงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัว บ้านพักนี้ยังตั้งอยู่ในตำแหน่งที่สามารถชมทิวทัศน์ที่งดงามทั้งยามพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า พร้อมสระว่ายน้ำ ระเบียงขนาดใหญ่ที่หันสู่ทะเล พร้อมเตียงนอนอาบแดด พื้นที่สำหรับรับประทานอาหารกลางแจ้ง ชิงช้า และทางลงสู่ทะเลได้โดยตรงผ่านชายหาดส่วนตัวที่ปรับปรุงขึ้นใหม่อีกด้วย


แขกผู้เข้าพักที่นาลาดูจะได้รับประสบการณ์การเข้าพักที่มี คูวานู (Kuwaanu) ซึ่งแปลว่า ผู้เล่าเรื่อง ในภาษาถิ่นของมัลดีฟส์ ที่จะคอยให้บริการแขกผู้เข้าพักตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งก่อนที่ผู้เข้าพักจะออกเดินทางในวันหยุด คูวานูจะเตรียมความเรียบร้อยของไวน์และแชมเปญตามที่แขกผู้เข้าพักได้เลือก รวมถึงอุปกรณ์ดำน้ำต่าง ๆ โดยจะเป็นทั้งผู้นำเที่ยว และดูแลทุกความต้องการของผู้เข้าพัก ตั้งแต่การจัดการกระเป๋าเดินทาง จัดกาแฟยามเช้า ไปจนถึงจัดปิกนิกบนเกาะส่วนตัว

สำหรับประสบการณ์ด้านการรับประทานอาหารที่สมบูรณ์แบบ รีสอร์ทในรูปลักษณ์ใหม่จะมาพร้อมแนวคิดการรับประทานอาหารแบบไร้เมนู โดยผู้เข้าพักสามารถเลือกอาหารจานโปรดและสถานที่รับประทานอาหารได้ตามต้องการ ทั้งมื้อเช้าที่เสิร์ฟตลอดทั้งวันบนชายหาด หรือมื้อค่ำในแบบ ‘การเดินทางรอบโลก’ ที่ห้องอาหารเดอะ ลีฟวิ่ง รูม (The Living Room) ที่มองเห็นทะเลสีฟ้าครามสวยงาม อาหารเช้าลอยน้ำที่เสิร์ฟพร้อมแชมเปญ หรือของว่างใต้แสงจันทร์บนหาดทรายยามค่ำคืน นำเมนูสุดอร่อยที่รังสรรค์โดยหัวหน้าเชฟ Philippe Wagenfuhrer ของรีสอร์ท ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์การปรุงอาหารจากทุกมุมโลก ทั้งอาหารอาระบิก อิตาเลียน ฝรั่งเศส ศรีลังกัน ญี่ปุ่น และอินโดนีเซียน มาประยุกต์ให้เข้ากับรสชาติท้องถิ่นแบบมัลดิเวียน

นอกจากนี้ ทางรีสอร์ทยังให้ความสำคัญกับการให้ความรู้แก่แขกผู้เข้าพักเกี่ยวกับระบบนิเวศของมัลดีฟส์ ด้วยการมอบประสบการณ์ดำน้ำตื้นแบบใหม่กับนักชีววิทยาทางทะเลของทางรีสอร์ทพร้อมกับคุณ Emilia Fulgido ผู้จัดการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เพื่อชมและเรียนรู้ฝูงปลาตามแนวปะการังที่มีมากกว่า 2,000 ชนิด และยังได้เข้าใจเกี่ยวกับโครงการอนุรักษ์ปะการังของรีสอร์ทอีกด้วย ซึ่งแขกผู้เข้าพักสามารถเข้าร่วมโครงการรับเลี้ยงปะการังและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลูกปะการัง สายพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำทางทะเลอื่น ๆ ควบคู่ไปกับการนำไมโครพลาสติกกลับมารีไซเคิล และกิจกรรมศึกษาแพลงก์ตอนภายใต้เลนส์กล้องจุลทรรศน์โดยมีไกด์แนะนำเกี่ยวกับพันธุ์พืชและสัตว์ประจำถิ่นต่าง ๆ บนเกาะที่จะให้บริการเร็ว ๆ นี้

นาลาดู มุ่งมั่นในการเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์เพื่อความยั่งยืน โดยร่วมกับ พาร์ลีย์ แอร์ (Parley Air) ในการช่วยลดมลพิษขยะพลาสติกทางทะเล นำพลาสติกกลับมารีไซเคิล และยกเลิกการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในรีสอร์ท พร้อมใช้แพคเกจจิ้งจากวัสดุธรรมชาติสำหรับชุดอเมนิตี้ในห้องน้ำและใช้การรีฟิลสำหรับเครื่องอาบน้ำต่าง ๆ มีกระบวนการจัดการน้ำและของเสียอย่างเป็นระบบ และยังมีการผลิตน้ำจืดและบรรจุขวดที่ย่อยสลายได้เป็นน้ำดื่มในรีสอร์ทเอง นอกจากนี้ ทางรีสอร์ทยังได้บริจาคเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้งานแล้ว ให้กับโรงพยาบาลจิตเวชแห่งเดียวบนเกาะมัลดีฟส์อีกด้วย

นาลาดู ไพรเวท ไอส์แลนด์ ยังคงเน้นบริการด้านสุขภาพ โดยการเพิ่มพื้นที่สำหรับบริการสปาทรีทเมนต์ รวมทั้งห้องทรีทเมนต์สำหรับ 2 ท่าน ที่มีบริเวณส่วนตัวสำหรับอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า และบริการใหม่จากผู้เชี่ยวชาญในการบำบัดโดยธรรมชาติและโภชนาการ ซึ่ง

จะให้การดูแลผู้เข้าพักในเรื่องโภชนการ ซึ่งจะส่งผลในการลดความเครียด อาการนอนไม่หลับ และนิสัยการรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ และในขณะเดียวกัน ยังกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน การย่อยอาหาร การควบคุมน้ำหนัก ฮอร์โมน ผิวพรรณ และสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด มีโปรแกรมสุขภาพแบบใหม่ที่เรียกว่า รีเซ็ต (RESET) ที่เน้นดูแลระบบการทำงานของลำไส้โดยรวม โดยทางรีสอร์ทมีแพ็กเกจพิเศษสำหรับการเข้าพักและดูแลตัวเองไปพร้อม ๆ กัน ในแบบ 5 หรือ 7 คืน เป็นโปรแกรมดีท็อกซ์ทรีตเมนต์ที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคลสำหรับตรวจสอบการทำงานของลำไส้ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทุกอย่าง ตั้งแต่อารมณ์ พลังงาน จนถึงการนอนหลับ โดยมีทรีตเมนต์ อาทิ โปรแกรมดูแลลำไส้ด้วยระบบวารีบำบัดและวิตามินบำบัด ไปจนถึงโยคะและการออกกำลังกาย

นาลาดู ไพรเวท ไอส์แลนด์ รีสอร์ทตั้งอยู่ที่ลากูนธรรมชาติอันงดงามใน มาเล่ อะทอลล์ ใต้ (South Malé Atoll) เดินทางด้วยเรือสปีดโบ้ทจากท่าอากาศยานนานาชาติเวลานาของมาเล่เพียง 30 นาที โดยราคาห้องพักโอเชียน เฮ้าส์ (Ocean House) พร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน เริ่มต้นที่ 1,900 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อคืน สำหรับช่วงโลวซีซั่น

สำรองห้องพักหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่เว็บไซต์ naladhu.com/en อีเมลล์ stay@rsvn.naladhu.com หรือโทร +960 6644 111

Naladhu Private Island, an exclusive luxury island haven in the Maldives, has reopened this November with a sleek new look following a complete redesign by New York based designer Yuji Yamazaki. Home to just 20 ‘Houses’, Naladhu offers the ultimate in privacy and seclusion and ensures an unrivalled level of service to meet the needs of the most discerning traveller.

The public areas and all 20 ‘Houses’ in this intimate resort have been renovated during a six-month closure. The resort’s top suite, the Two Bedroom Beach Pool Residence, now boasts a 20-metre private beach and the resort interiors throughout have a contemporary feel using Indonesian teak furniture, and high-quality materials such as Indonesian white stone for a lighter colour palette, creating a modern colonial style.

Yamazaki has focused on maximising the number of spaces around the Houses where guests can claim a moment of pause, ranging from ocean-side seating for breakfast to pre-dinner cocktails on the chaise longue overlooking the pool. The island’s restaurant, bar, wine cellar and gym have been transformed and the new Coconut Grove offers a secluded area for private experiences such as cinema under the stars or private yoga and fitness classes.

The resort’s two categories of Houses, each with 300 sqm of living space, are surrounded by tropical vegetation and invite a total immersion in nature. The Beach House with Pool has direct access to the white sands and lagoon, whilst the Ocean House with Pool and Private Beach Cabana has a large terrace with panoramic ocean view, in addition to its own dedicated cabana, where guests can relax on their oversized day bed attended by their butler, known as a Kuwaanu. Each House is named after an indigenous Maldivian flower or plant that grows on the island, with the chosen flora featuring in the House’s garden. For example, Dhigga or Sea Hibiscus, famed for flowers that deepen to orange and finally to red before they fall in the course of a single day, and Finifenma or Pink Rose, the national flower of the Maldives, which the top suite is named after.

The 600 sqm Two Bedroom Beach Pool Residence, sleeping up to six guests, is a vast space guaranteeing peace and privacy. The Residence benefits from both sunrise and sunset views, with its pool and large deck facing the ocean, along with loungers, al fresco dining area and swing. Its new private beach, also with a beach cabana, offers direct access to the turquoise lagoon.

The guest experience at Naladhu is enhanced by the personal Kuwaanu. Deriving from the Dhivehi word for storyteller in the Maldivian language, the Kuwaanu offers a refined and seamless service for guests 24 hours a day. Before guests have even departed for their holiday, the Kuwaanu ensures the in-House wine fridge is stocked with their choice of wine and Champagne, whilst dive and snorkelling equipment is ready to wear in their exact sizes. As butler and guide, the Kuwaanu takes care of everything from unpacking and serving early morning coffee to organising a private island picnic and discussing each day’s dining requests for the chef.

Dining is completely bespoke with guests curating a daily menu and choosing their favourite dishes and locations around the clock, whether it’s an all-day breakfast taken barefoot on the beach, or a ‘journey around the world’ dinner. Favourite dining spots include The Living Room with views over the lagoon, a Champagne floating breakfast in the pool and moonlight midnight snacks on the beach. Led by Executive Chef Philippe Wagenfuhrer, the resort’s culinary team is experienced in cuisines from around the globe ranging from Arabic to Italian, French to Sri Lankan and Japanese to Indonesian, in addition to local Maldivian flavours.

Educating guests about the ecosystem of the Maldives’ and locale is a high priority. The resort has introduced some new experiences including a snorkelling trail with in-house marine biologist and sustainability manager, Emilia Fulgido, to observe some of the 2,000 species of tropical fish and corals and to understand more about the resort’s reef restoration programme. Guests can become involved in a coral adoption programme and learn more about coral planting, fish identification and marine life alongside the recycling of micro plastics and a soon-to-launch workshop will study plankton under a microscope lens. Guided walks also teach guests about the flora and fauna on the island.

As part of its sustainability commitment, Naladhu is working with Parley Air to reduce marine plastic pollution and recycle plastic waste and has eliminated all single use plastic on the island. Bathroom amenities are in natural packaging, with toiletries in luxury refillable dispensers. Water and waste management programmes are in place and the resort has its own water desalination and bottling plant. The resort’s pre-renovation furniture has been donated to the Maldives’ only hospital for mental health.

Naladhu Private Island has renewed its focus on wellness with a new dedicated spa treatment area including a double treatment room with private bathing and changing area. A Naturopath and Nutritional Therapist is also in residence and guests can arrange a consultation to focus on their nutrition to help overcome specific issues including stress, sleep and unhealthy eating patterns as well as their digestion, immunity, weight management, hormones, skin and blood sugar balance. A new health programme RESET focuses on the crucial role the gut plays in health and overall wellbeing. The five or seven-night personalised programme is tailored to the individual and examines the way the gut affects everything from moods to sleep and energy combined with detoxifying treatments such as colon hydrotherapy and IV therapy to yoga and core exercises.

Located on the edge of a pristine lagoon in the South Malé Atoll, Naladhu Private Island is 30 minutes by luxury speedboat from Velana International Airport in Malé. Lead in rates at Naladhu Private Island during low season are USD 1,900 per night on a bed and breakfast basis for two persons sharing an Ocean House.

To book or for more information, please visit naladhu.com/en, email stay@rsvn.naladhu.com or call +960 6644 111.

Facebook Comments Box

About The Author